รายงานข่าวแจ้งว่า ผลวิจัยชี้การเจาะระบบคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วกว่า 50% โดยผลสำรวจตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงมิถุนายนของปีนี้พบว่ามีการเจาะระบบถึง 237 ล้านครั้ง
ดัชนีความปลอดภัยของธุรกิจทั่วโลกเมื่อเดือนธันวาคม 2004 ซึ่งจัดทำโดยบริษัทไอบีเอ็มระบุว่า ในอีเมล์จำนวน 52 ฉบับจะมีอยู่ 1 ฉบับที่มีโค้ดอันตรายซ่อนอยู่ แต่จากผลสำรวจล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายน 2005 ตัวเลขสถิติดังกล่าวได้เปลี่ยนไปเป็น1 ต่อ 28 ฉบับ นั่นหมายความว่า การโจมตีเพิ่มขึ้นถึง 50%
อย่างไรก็ตาม จากผลการสำรวจพบว่า เปอร์เซนต์ของสแปมเมล์ได้ลดลงมาจาก 83% ในเดือนมกราคมลงเหลือ 67% ในเดือนมิถุนายน แต่ในทางกลับกันพบว่า มีการพบไวรัสในอีเมล์เพิ่มขึ้น 50% แถมยังรายงานอีกด้วยว่า เทคนิคการหลอกลวงด้วยอีเมล์ที่เรียกว่า ฟิชชิ่ง มีการเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า โดยพุ่งเป้าไปทั้งผู้ใช้ที่เป็นรายบุคคล หรือองค์กร โดยอีเมล์พวกนี้จะพยายามหลอกผู้ใช้ด้วยการแลกกับข้อมูลที่น่าสนใจ หรือสร้างความสงสัยให้อยากรู้
นอกจากตัวเลขสถิติข้างต้นแล้ว ผลสำรวจยังได้พบประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจอีกด้วยดังนี้
ใครตกเป็นเหยือของการโจมตีมากที่สุด?
คำตอบคือ รัฐบาลตกเป็นเป้าหมายมากที่สุด โดยตกเป็นเป้าหมายการโจมตีมากกว่า 54 ล้านครั้ง อันดับสองจะ
ตกเป็นของโรงงานอุตสาหกรรมที่โดนโจมตีประมาณ 36 ล้านครั้ง และสถาบันการเงินเข้ามาเป็นอันดับสามคือตกเป็นเป้าของการโจมตีมากกว่า 34 ล้านครั้ง
จุดเริ่มต้นของการโจมตี?
ในช่วง 6 เดือน สหรัฐเป็นประเทศที่เป็นต้นกำเนิดของการโจมตีมากที่สุดคือ 12 ล้านครั้ง ตามติดด้วยนิวซีแลนด์ 1.2 ล้านครั้ง และจีนประมาณ 1 ล้านครั้ง รั้งท้ายเป็นไอรแลนด์ที่พบว่าโดนโจมตีแค่ 30,000 ครั้ง
แฮคเกอร์จะโจมตีอย่างหนักช่วงวันไหน?
จากสถิติพบว่า การโจมตีของเหล่าบรรดาแฮคเกอร์ และผู้เขียนไวรัสมักจะเกิดขึ้นมากในช่วงวันศุกร์ และวันอาทิตย์
ระวังพวกโจมตีด้วยกลวิธีสอดแนม
การโจมตีแบบลาดตระเวน หรือสอดแนม หมายถึงการค้นหา อุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ หรือช่องโหว่ที่ยังอาจมีเหลืออยู่ในระบบของผู้ใช้ที่ไม่ได้ระวังตัว ซึ่งพบว่า มีการโจมตีในลักษณะนี้มากกว่า 108 ล้านครั้งในช่วงที่ผ่านมา ตามมาด้วยโจมตีผ่านบริการในลักษณะต่างๆ ที่พบมากกว่า 61 ล้านครั้ง นอกจากนี้ยังพบว่ามีการโจมตีผ่านทางเว็บที่มีสูงถึง 29 ล้านครั้ง และการสร้างรูปแบบการโจมตีด้วยวิธี DoS (Denial of Service) อีก 26 ล้านครั้ง สำหรับการโจมตีในส่วนของระบบดูแลรักษาความปลอดภัยจะเป็นอันดับสุดท้าย แต่ก็โดนโจมตีไปมากกว่า 230,000 ครั้ง
ดัชนีความปลอดภัยของธุรกิจทั่วโลกเมื่อเดือนธันวาคม 2004 ซึ่งจัดทำโดยบริษัทไอบีเอ็มระบุว่า ในอีเมล์จำนวน 52 ฉบับจะมีอยู่ 1 ฉบับที่มีโค้ดอันตรายซ่อนอยู่ แต่จากผลสำรวจล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายน 2005 ตัวเลขสถิติดังกล่าวได้เปลี่ยนไปเป็น1 ต่อ 28 ฉบับ นั่นหมายความว่า การโจมตีเพิ่มขึ้นถึง 50%
อย่างไรก็ตาม จากผลการสำรวจพบว่า เปอร์เซนต์ของสแปมเมล์ได้ลดลงมาจาก 83% ในเดือนมกราคมลงเหลือ 67% ในเดือนมิถุนายน แต่ในทางกลับกันพบว่า มีการพบไวรัสในอีเมล์เพิ่มขึ้น 50% แถมยังรายงานอีกด้วยว่า เทคนิคการหลอกลวงด้วยอีเมล์ที่เรียกว่า ฟิชชิ่ง มีการเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า โดยพุ่งเป้าไปทั้งผู้ใช้ที่เป็นรายบุคคล หรือองค์กร โดยอีเมล์พวกนี้จะพยายามหลอกผู้ใช้ด้วยการแลกกับข้อมูลที่น่าสนใจ หรือสร้างความสงสัยให้อยากรู้
นอกจากตัวเลขสถิติข้างต้นแล้ว ผลสำรวจยังได้พบประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจอีกด้วยดังนี้
ใครตกเป็นเหยือของการโจมตีมากที่สุด?
คำตอบคือ รัฐบาลตกเป็นเป้าหมายมากที่สุด โดยตกเป็นเป้าหมายการโจมตีมากกว่า 54 ล้านครั้ง อันดับสองจะ
ตกเป็นของโรงงานอุตสาหกรรมที่โดนโจมตีประมาณ 36 ล้านครั้ง และสถาบันการเงินเข้ามาเป็นอันดับสามคือตกเป็นเป้าของการโจมตีมากกว่า 34 ล้านครั้ง
จุดเริ่มต้นของการโจมตี?
ในช่วง 6 เดือน สหรัฐเป็นประเทศที่เป็นต้นกำเนิดของการโจมตีมากที่สุดคือ 12 ล้านครั้ง ตามติดด้วยนิวซีแลนด์ 1.2 ล้านครั้ง และจีนประมาณ 1 ล้านครั้ง รั้งท้ายเป็นไอรแลนด์ที่พบว่าโดนโจมตีแค่ 30,000 ครั้ง
แฮคเกอร์จะโจมตีอย่างหนักช่วงวันไหน?
จากสถิติพบว่า การโจมตีของเหล่าบรรดาแฮคเกอร์ และผู้เขียนไวรัสมักจะเกิดขึ้นมากในช่วงวันศุกร์ และวันอาทิตย์
ระวังพวกโจมตีด้วยกลวิธีสอดแนม
การโจมตีแบบลาดตระเวน หรือสอดแนม หมายถึงการค้นหา อุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ หรือช่องโหว่ที่ยังอาจมีเหลืออยู่ในระบบของผู้ใช้ที่ไม่ได้ระวังตัว ซึ่งพบว่า มีการโจมตีในลักษณะนี้มากกว่า 108 ล้านครั้งในช่วงที่ผ่านมา ตามมาด้วยโจมตีผ่านบริการในลักษณะต่างๆ ที่พบมากกว่า 61 ล้านครั้ง นอกจากนี้ยังพบว่ามีการโจมตีผ่านทางเว็บที่มีสูงถึง 29 ล้านครั้ง และการสร้างรูปแบบการโจมตีด้วยวิธี DoS (Denial of Service) อีก 26 ล้านครั้ง สำหรับการโจมตีในส่วนของระบบดูแลรักษาความปลอดภัยจะเป็นอันดับสุดท้าย แต่ก็โดนโจมตีไปมากกว่า 230,000 ครั้ง
สัยเจียด้วยนะ